Handmake Soap
   

Free Web Hosting

 

สบู่ธรรมชาติ ..แท้..รู้ได้อย่างไร

ทราบกันไหมว่า “ สบู่ ” ที่เราใช้ในปัจจุบันนี้ จริง ๆ แล้วมีการนำสารเคมีสังเคราะห์เข้ามาเป็นส่วนประกอบกันค่อนข้างมาก ทั้งเพื่อการแต่งกลิ่น แต่งสีเพื่อเลียนแบบธรรมชาติ และเพิ่มคุณสมบัติหยุมหยิมอื่น ๆ ที่ดูไม่ค่อยจำเป็นสักเท่าไรให้แก่สบู่ เช่น ตัวยาฆ่าเชื้อโรค สารเพิ่มฟอง และเจ้าสารเคมีอย่างที่ว่านั้นอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ทางผิวหนังได้ในผู้ใช้บางคน นอกจากนั้นก็ยังส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมด้วย ไม่ว่าจะทำให้น้ำในแม่น้ำลำคลองเน่าเสียถ้าใช้ในปริมาณที่มาก(ทุกบ้านทุกเรือน) และเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในน้ำ

สบู่ธรรมชาติ ถูกผลิตขึ้นมาเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ซึ่งจะมีลักษณะต่างจากสบู่ที่เราเห็นตามท้องตลาดโดยทั่วไป ที่เห็นได้ชัดก็คือเรื่องกรรมวิธีการผลิตที่ใช้สารเคมีสังเคราะห์มาประกอบน้อยมาก ผู้ผลิตบางคนจะไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์เลย แต่จะมีส่วนประกอบของสารสกัดจากธรรมชาติแทน รวมทั้ง “กลีเซอรีน” ที่เกิดจากกระบวนการทำสบู่เอง

กลีเซอรีนที่อยู่ในสบู่ธรรมชาติจะเป็นตัวช่วยบำรุงผิวพรรณให้เกิดความชุ่มชื่น ซึ่งในสบู่ที่ผลิตโดยโรงงานอุตสาหกรรมจะมีขั้นตอนการสกัดกลีเซอรีนออกไปเพื่อขายเป็นครีมบำรุงผิวอีกต่อหนึ่ง ดังนั้นพอใช้สบู่พวกนี้จึงรู้สึกว่าผิวแห้งตึง ต้องทาครีมบำรุงผิวอีกครั้งหนึ่งเรียกว่าต้องเสียเงินสองต่อ

สบู่ธรรมชาติที่พอจะเห็นได้ก็เช่น สบู่มะขาม สบู่มังคุด สบู่แตงกวา สบู่น้ำมันงา ปัจจุบันก็เป็นที่นิยมของผู้ใช้มากขึ้นตามลำดับ แต่เมื่อเป็นที่นิยมติดตลาด สิ่งที่ตามมาก็คือการผลิตสบู่ธรรมชาติแบบปลอม ๆ เพื่อทำให้ได้จำนวนมาก ๆ ผู้ผลิตบางคนอาจจะใส่สารเคมีสังเคราะห์ลงไปแล้วอ้างว่าเป็นสบู่ธรรมชาติ ทีนี้จะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าสบู่ที่ใช้นั้นเป็นสบู่ธรรมชาติจริงหรือเปล่า


วิธีการทดสอบให้รู้สบู่ธรรมชาติแท้หรือไม่แท้
1. ละลาย(แกว่ง)ก้อนสบู่ลงในอ่างน้ำสะอาดที่ใส่ปลาหางนกยูงเอาไว้ 10 ตัว แกว่งให้ละลายจนเป็นฟอง
2. สังเกตการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป 5-10 นาที ถ้าปลาไม่ตายแสดงว่าเป็นสบู่ธรรมชาติ ของแท้แน่นอน( หรือถ้ามีการตายก็ไม่มากกว่า 50% ก็ประมาณ 1-2 ตัวเท่านั้น )


อย่าลืมนำวิธีการนี้ไปทดสอบดูนะคะ ว่าสบู่ที่เราใช้นั้นเป็นสบู่ธรรมชาติแท้ ๆ ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมหรือเปล่า ไม่ยากเกินไปใช่ไหมคะ ฝากไว้อีกนิดนึงว่าการเลือกใช้สบู่ธรรมชาติไม่เพียงแต่มีผลดีกับผิวหนังของเราเท่านั้นแต่ยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย เท่านี้เราก็สามารถเป็นผู้บริโภคที่น่ารักคนหนึ่งได้แล้วล่ะค่ะ

ข้อพึงระวังสำหรับการใช้สบู่ที่มีสารเคมีสังเคราะห์เป็นส่วนประกอบ
สบู่ที่ผสมยาฆ่าเชื้อ เช่น สบู่รักษาโรค สบู่รักษาสิวฝ้า ในบางยี่ห้อใส่สาร “ไตรโคลคาร์บาล”(triclocarban) เพื่อช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ ไตรโคลคาร์บาลนี้สามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้ แต่ไม่มีการยืนยันถึงผลในระยะยาว ซี่งสบู่ประเภทนี้ห้ามใช้ในสตีมีครรภ์ และเด็กทารก
สบู่เหลวไม่ใช่สบู่ สบู่เหลวในท้องตลาดทุกยี่ห้อ ที่จริงไม่ใช่สบู่ แต่เป็นสารซักฟอกเหลว(liquid detergent) เพราะส่วนประกอบหลักก็คือสารซักฟอกซึ่งเป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่ทำหน้าที่เป็นสารลดแรงตึงผิวที่สามารถทำความสะอาด ชำระล้างสิ่งสกปรกได้ดีเหมือนหรือดีกว่าสบู่ สารซักฟอกในสบู่เหลวนี้ก็เป็นสารซักฟอกลักษณะเดียวกันกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่นๆเช่น แชมพูสระผม น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างพื้น น้ำยาล้างห้องน้ำ

ประเภทของสบู่

1. สบู่ทางการค้า หรืออาจจะเรียกสบู่โรงงานก็ได้ ส่วนผสมหลักของสบู่ก็จะเป็น ไขมันของพืชและสัตว์ กับด่าง คือโซเดียมไฮดรอกไซด์ หรือโซดาไฟ จากนั้นจะสกัดเอากลีเซอรีนออก(เอาไปทำครีมบำรุงผิว) แล้วทำให้แข็งตัว จึงย่อยเป็นเกร็ดสบู่ นำไปหลอมแล้วเติมส่วนผสมต่างๆตามสูตร เช่น สารสังเคราะห์เพื่อการแต่งสี แต่งกลิ่น น้ำยาฆ่าเชื้อโรค และสารเคมีสังเคราะห์ที่เรียกว่า “ดีเทอร์เจน”(detergent) ซึ่งเป็นมีคุณสมบัติในการขจัดคราบสิ่งสกปรกได้มากกว่าปกติลงไป

2. สบู่ธรรมชาติ ก็ใช้ส่วนผสมเดียวกับสบู่ข้างต้นเพียงแต่สบู่ธรรมชาติแต่ไม่มีการเติมสารเคมี ดีเทอร์เจน และไม่มีการสกัดเอาสารกลีเซอรีนออก จึงทำให้เวลาที่ใช้อาบน้ำ ถูตัวผิวจะมีความนุ่มนวลมากกว่าสบู่โรงงาน มักเลือกใช้น้ำมันที่มีคุณภาพดี ทำให้สบู่ได้ที่มีวิตามินอีบำรุงผิวพรรณเป็นส่วนผสมเพิ่มเติมนอกจากน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันปาล์ม ไม่มีการใช้สีและกลิ่นสังเคราะห์ แต่จะใช้แต่งกลิ่นด้วยน้ำมันหอมระเหย และเพิ่มคุณสมบัติด้วยการเติม

************************************************************
• สบู่
ความเป็นมา
คอลัมน์รู้ไปโม้ด โดยน้าชาติ ประชาชื่น


อยากทราบประวัติความเป็นมาของสบู่น่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ /พีช

ตอบเอกสารจากอดีตบันทึกกำเนิดสบู่ก้อนแรกว่ามาจากไขมันแพะต้มกับขี้เถ้าจากการเผาไม้ ซึ่งเป็นการค้นพบโดยบังเอิญในยุคโรมันอันมีการบูชายัญสัตว์บนแท่นบูชาที่ทำด้วยไม้ แท่นบูชานี้ตั้งอยู่บนเนินเขา เมื่อสัตว์และแท่นไม้ถูกเผาพร้อมกัน ไขมันสัตว์ออกมาผสมกับขี้เถ้า เมื่อฝนตกลงมาก็เกิดเป็นก้อนสีขาวไหลจากเชิงเขาสู่ลำธาร คุณแม่บ้านสังเกตพบว่าหากนำเสื้อผ้ามาซักที่ลำธารหลังจากฝนตก ก้อนขาวๆ นี้จะช่วยทำให้ซักผ้าได้ง่ายขึ้น สะอาดขึ้น

เวลาล่วงเลยมา มีการทำสบู่ใช้ เพียงแต่ไม่ได้ผลิตเป็นจำนวนมาก เป็นการทำใช้กันในครัวเรือน และเพราะมีสบู่ใช้ไม่มาก ผู้คนก่อนศตวรรษที่ 20 จึงไม่ได้อาบน้ำกันบ่อยนัก อย่างไรก็ตาม ต่อมาการทำสบู่กลายเป็นอุตสาหกรรมเก่าแก่ที่สุดของโลกประเภทหนึ่ง โดยโรงงานแรกๆ เกิดขึ้นในยุโรป

การทำสบู่เป็นทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปะ มีการพัฒนาก้าวหน้าจนปัจจุบันรูปแบบและสภาพแตกต่างไปจากบรรพบุรุษที่หน้าตาเดิมเป็นเพียงก้อนสบู่ ทั้งนี้ หลักการพื้นฐานของสบู่เกิดจากการทำปฏิกริยาทางเคมีระหว่างสารละลายกับน้ำมัน อาจเป็นน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์ และกลีเซอรีนสำหรับทำสะอาด ขจัดคราบสกปรก

แต่ข้อเสียคือความที่ล้างความมันได้ดีมากจึงทำลายไขมันคุ้มกันผิวไป ทำให้ผิวแห้งตึง และสบู่ยังมีฤทธิ์เป็นด่าง (ค่า pH มากกว่า 7) ทำให้ค่า pH บนผิวซึ่งปกติมีค่าประมาณ 5.5 คือมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ เปลี่ยนไป การที่ค่า pH สูงกว่าภาวะปกติเป็นเวลานานๆ ทำให้ผิวระคายเคือง อักเสบ และส่งเสริมให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อโรคบนผิวหนัง ปัจจุบันนี้จึงนิยมใช้สารชำระล้างชนิดสังเคราะห์ใหม่ๆ (synthetic detergents หรือ soapless) ซึ่งสามารถปรับค่า pH ให้มีค่าใกล้เคียงกับผิวหนังปกติ ระคายเคืองน้อยกว่าสบู่แบบเดิม ล้างออกได้สะดวกโดยไม่ทิ้งคราบไว้บนผิวหนัง

ประเภทของสบู่มี 1.สบู่ก้อนขุ่น (Opaque Soap) เป็นประเภทที่เรารู้จักกันดีเพราะใช้มานานก่อนกำเนิดของสบู่ชนิดอื่นๆ โดยทั่วไปมีสารเพิ่มความชุ่มชื้นผสมอยู่ไม่มากนัก แม้ทำความสะอาดผิวได้ดี แต่อาจทำลายน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติและไขมันที่จำเป็น คนที่มีสภาพผิวธรรมดาหรือผิวมันสามารถผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงมาทดแทนได้ แต่คนที่มีผิวแห้ง การสร้างน้ำมันหล่อเลี้ยงทดแทนทำได้ช้าและอาจช้ากว่าการทำความสะอาดผิวครั้งต่อไป การใช้สบู่ประเภทนี้จึงอาจทำให้ผิวแห้งตึงและเกิดการระคายเคืองได้


2.สบู่ก้อนใส (Transparent Soap) มีปริมาณของสารเพิ่มความชุ่มชื้นบำรุงผิวมากกว่าสบู่ก้อนขุ่น ช่วยปกป้องผิวจากความแห้งกร้านได้มากกว่า แต่มีปริมาณฟองน้อยกว่าและละลายหมดเร็วกว่า คนที่คิดว่าสบู่ที่ดีต้องมีฟองมาก คงไม่ชอบใช้สบู่ใสนัก ทั้งที่ดีกว่า และ

3.สบู่เหลว (Liquid Soap)

ยังมีสบู่ที่ส่วนประกอบแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ เช่น สบู่ยาที่มีส่วนผสมของไทรโคลซาน และไทรโคคาร์บอน มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย หรือสบู่ที่มีส่วนผสมของลาโนลินเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวมากกว่าปกติ เป็นต้น

 

Copyright by Pornsriri Natural Handmade Soap . All rights reserved. 2004-2007