Handmake Soap
   

Free Web Hosting

 

อโรมา เทอราฟี (Aroma Theraphy)

คำว่า อะโรมาเทอราฟี (Aroma Theraphy) ภาษาไทยใช้คำว่า สุคนธบำบัด เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก มีความหมายว่า การบำบัดรักษาร่างกาย และปรุงแต่งอารมณ์ด้วยการใช้กลิ่นหอม หรือเครื่องหอม ช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจให้อยู่ในภาวะสมดุล มีสุขภาพที่ดี โดยใช้กลิ่นที่สกัดจากส่วนต่าง ๆ ของพืชที่มีน้ำมันหอมระเหย ในสมัยโบราณมีการใช้น้ำมันหอมระเหยมานานกว่า 6 พันปีแล้ว โดยเฉพาะชาวอียิปต์โบราณที่มักจะนำเนื้อไม้บางชนิดที่มีน้ำมันหอมระเหยมาป่นจนเป็นผงละเอียด เพื่อผสมเข้ากับยางไม้ และเครื่องเทศชนิดต่าง ๆ แล้วจึงนำไปเผาเพื่อบวงสรวงเทพเจ้าแห่งพระอาทิตย์และพระจันทร์ในวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ ชาวอียิปต์ยังนิยมนำยางไม้ที่มีกลิ่นหอมเหล่านี้ไปใช้ในการเก็บรักษาซากศพ สำหรับโลกหน้า หรือมัมมี่ หรือชาวกรีกเองก็ใช้น้ำมันหอมระเหยในการแพทย์และผสมในเครื่องสำอาง ซึ่งความรู้เหล่านี้ได้ถ่ายทอดไปยังชาวโรมัน ทำให้มีการใช้เครื่องหอมในพิธีกรรมของกรีกอย่างมากมาย และกลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการอาบน้ำ ซึ่งมีการทาน้ำมัน และนวดร่างกายหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว และมีหลักฐานหลายชิ้นที่แสดงว่า ชาวจีนและชาวอินเดียก็มีความรู้เรื่องการใช้พืชที่มีกลิ่นหอม โดยเฉพาะในตำราอายุรเวท ซึ่งได้ใช้กลิ่นหอมในการบำบัดรักษาหลายๆ รูปแบบ ซึ่งได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้ ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 น้ำมันหอมระเหยได้กลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ภายใต้ชื่อการบำบัดด้วยของหอม หรือ อะโรมา เทอราฟี (Aroma Theraphy) เกิดจากการที่ Dr. Rene Maurice Gattefosse ซึ่งเป็นนักเคมีชาวฝรั่งเศสได้ทำการผสมน้ำหอมอยู่ในห้องทดลอง และเกิดอุบัติเหตุไฟลวกมือในระหว่างทำการทดลอง เขาได้เอามือจุ่มลงในน้ำมันลาเวนเดอร์ จากนั้นเขาจึงพบว่าแผลที่มือหายเร็วขึ้น และทิ้งรอยแผลเป็นไว้น้อยมาก เขาจึงนำคุณสมบัติข้อนี้ไปรักษาทหารบาดเจ็บในสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงทำให้ Dr. Rene ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งการบำบัดด้วยน้ำหอม ในปี ค.ศ. 1989 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ศาสตราจารย์บราทาโนโท ได้ทำการทดลองประสิทธิภาพของน้ำมันหอมระเหยแบบสูตรสำเร็จจากพืชและน้ำมันหอมหลายชนิด ในประเด็นว่ากลิ่นของน้ำมันหอมจะช่วยคู่สมรสได้อย่างไร เขาได้ทดลองกับคู่สมรสที่อยู่ด้วยกันมานาน และเริ่มเบื่อหน่าย โดยการนำน้ำมันหอมระเหยใส่ไว้ใต้หมอน หรือไว้ในห้องนอน ปรากฏว่าการทดลองประสบผลสำเร็จ ทำให้ลดการหย่าร้างลง ซึ่งเป็นผลมาจากกลิ่นทำให้ความรู้สึกทางเพศ และอารมณ์ดีขึ้น ซึ่งได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์มาก น้ำมันหอมระเหยเป็นสารเคมีที่มีอยู่ในเซลล์ของพืช น้ำมันหอมระเหยจะสะสมอยู่ในผนังเซลล์ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการเจริญเติบโตของพืช ทำหน้าที่ป้องกันตัว รักษาแผล และกันการระเหยของน้ำ รวมทั้งใช้ไล่แมลงที่เป็นศัตรู และล่อแมลงเพื่อช่วยในการผสมพันธุ์ น้ำมันหอมระเหยอาจอยู่ส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช เช่น ราก ใบ ดอก เปลือก หรือเมล็ด น้ำมันหอมระเหยทุกชนิดจะไม่ละลายน้ำ ถือเป็นอินทรียสาร บางชนิดประกอบด้วยสารประกอบต่าง ๆ ถึง 500 ประเภท แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ ฟีนอล (Phenol) แอลกอฮอล์ เอสเตอร์ (Ester) คีโตนส์ (Ketones) แอลดีไฮล์ (Aldehydes) และเทอร์เพนส์ (Terpenes) แม้ว่าสารต่าง ๆ เหล่านี้จะมีอยู่ในพืชแล้ว คนก็สามารถสังเคราะห์ในห้องทดลองได้เช่นกัน แต่จะเกิดผลข้างเคียง และเมื่อนำสารสกัดมาผสมกันแล้วการรวมตัวและการใช้งานก็จะด้อยกว่า คุณภาพของน้ำมันหอมระเหยจะขึ้นอยู่กับแหล่งเพาะปลูกพืชนั้น ๆ และลมฟ้าอากาศ เมื่อเราสูดดม หรือนวดด้วยน้ำมันหอมระเหย หรืออาบน้ำด้วยน้ำมันหอมระเหย กลิ่นจะถูกส่งไปยังสมองส่วนที่เรียกว่า ลิมบิคซิสเต็ม ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมการเรียนรู้ ความจำ อารมณ์ ความหิว และอารมณ์ทางเพศ ต่อจากนั้น ร่างกายก็จะแปลความหมาย และมีปฏิกิริยาโต้ตอบ เช่น กลิ่นนั้นเป็นกลิ่นที่ชอบ ก็จะสูดดมมากยิ่งขึ้น หรือกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ บางกลิ่นก็จะกระตุ้นให้สมองหลั่งสารเอ็นโดฟินที่ช่วยลดความเจ็บปวด หลั่งสารเอ็นเซบฟาลีนทำให้อารมณ์ดี และสารเซโรโทนินที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสงบเยือกเย็น และผ่อนคลายลงได้ และเนื่องจากน้ำมันหอมระเหยส่วนใหญ่จะมีคุณสมบัติในทางต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสบางชนิด บางชนิดมีฤทธิ์เป็นยากระตุ้น หรือเป็นยานอนหลับ

บทความนี้อ้างอิงจาก :
www.Thaiherbclub.com

อโรม่าเทอร์ราพี มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?
 

 

นักวิทยาศาสตร์ พบว่ากลิ่นของน้ำมันหอมระเหย สามารถกระตุ้นพลังของการรับกลิ่นของร่างกายมนุษย์ได้อย่างดีเยี่ยมเพราะกลิ่นมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์และสัตว์มาก ผู้ที่สูญเสียความสามารถในการรับกลิ่นไปหรือรับได้ลดน้อยลงแพทย์พบว่าบุคคลนั้นมักจะมีปัญหาด้านความกังวล ความเครียด หงุดหงิดง่าย โดยทั่วไปมนุษย์มีความสามารถในการแยกแยะกลิ่นได้มากกว่า 10,000 ชนิด นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ากลิ่นต่างๆ ผ่านเข้าสู่โพรงจมูกสู่สมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ ความจำและการเรียนรู้ โดยผ่านปลายเส้นประสาทในการรับรู้กลิ่น
จากการวิจัยทางการแพทย์พบว่า กลิ่นลาเวนเดอร์ ช่วยให้เกิดความผ่อนคลายทางอารมณ์ในขณะที่กลิ่นหอมของดอกมะลิกระตุ้นความรู้สึกตื่นตัวทางอารมณ์ องค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยมีผลต่อทั้งจิตใจและร่างกายของมนุษย์ เช่น
  เคมีกลุ่มแอลกอฮอล์ เช่น กุหลาบ แก่นจันทร์ (แซนเดอร์วูด) ขิง เปปเปอร์มิ้นท์ ช่วยให้อารมณ์ผ่อนคลาย
  เคมีกลุ่มแอลดีไฮด์ เช่น เรม่อน (มะนาวฝรั่ง) ตะไคร้หอม ยูคาลิปตัส ช่วยกระตุ้นอารมณ์ให้สดชื่น
  เคมีกลุ่มเทอร์พีน เช่น ส้ม มะกรูด พริกไทยดำ กลิ่นสน กระตุ้นให้ร่างกายจิตใจตื่นตัวตลอดเวลา
  เคมีกลุ่มคีโทน เช่น การะบูร โรสแมรี่ ยูคาลิปตัส มีผลช่วยสมานแผลบริเวณผิวหนังได้ดี ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย

 

น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติแต่ละชนิดมีองค์ประกอบทางเคมีมากกว่า 100 ชนิดมารวมกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำมันหอมแต่ละชนิดว่าจะมีเคมีกลุ่มใดเป็นองค์ประกอบมากที่สุด ก็จะให้กลิ่นที่โดดเด่นออกมา
บริษัทผลิตน้ำมันหอมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นได้ทำการวิจัยในอาสาสมัครที่ทำงานในสถาบันเกี่ยวกับงานพิมพ์เอกสารและรับโทรศัพท์ พบว่ากลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์ มีผลทำให้ความผิดพลาดในการทำงานของพนักงานลดน้อยลงได้ถึง 20% กลิ่นจัสมินหรือกลิ่นมะลิ ช่วยให้พนักงานตื่นตัวและมีผลทำให้ความผิดพลาดในการทำงานลดน้อยลงได้ถึง 33% ในขณะที่กลิ่นเรม่อน ช่วยให้ห้องทำงานสดชื่นมาก และทำให้ความผิดพลาดของงานลดลงได้ถึง 54%
ส่วนผลการทดสอบทางการแพทย์ พบว่า ในสัตว์ทดลองเมื่อได้รับกลิ่นลาเวนเดอร์ และแซนเดอร์วูด สัตว์ทดลองจะสงบลงได้มากอย่างเห็นได้ชัด

 

วารสารประเทศอังกฤษรายงานว่า คนไข้วัยชราที่มีปัญหาการนอนไม่หลับ สามารถหลับได้ดีขึ้นและพึ่งยานอนหลับน้อยลง เมื่อห้องนอนได้รับการสเปรย์ด้วยน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ ส่วนคนไข้ที่มีปัญหาสภาพจิตใจตึงเครียด ก็สามารถผ่อนคลายลงได้ด้วยกลิ่นหอมของวานิลา อาการเต้นของหัวใจเป็นปกติมากขึ้น แสดงถึงความกังวลและความตึงเครียดทางจิตใจผ่อนคลายลง
 
อโรม่าเทอร์ราพี ปลอดภัยแค่ไหน
 

 

อโรม่าเทอร์ราพี ค่อนข้างปลอดภัย แต่ควรจะตระหนักว่าน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติค่อนข้างเข้มข้น ดังนั้นจึงควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ต้องไม่มากเกินไปเมื่อต้งการให้บำบัดโดยการสูดดม หรือบำบัดโดยการทาถูและนวดตามร่างกายเพราะน้ำมันหลายๆ ชนิดอาจจะมีผลระคายเคืองผิวหนังได้
ควรจะระวังในผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่แพ้ง่ายเมื่อได้รับการสัมผัสทางผิวหนัง ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ในเด็กเล็ก และทารกซึ่งมีผิวบอบบาง เพราะน้ำมันหอมระเหยหลายชนิดมีกลิ่นฉุนแรง บางชนิดมีฤทธิ์เป็นกรดทำให้ระคายผิวได้ง่าย
นอกจากนี้การใช้น้ำมันหอมระเหยสำหรับบำบัดอาการต่างๆ จะปลอดภัยยิ่งขึ้นถ้าหลับตาก่อนที่จะสเปรย์น้ำมันหอมระเหยสู่บรรยากาศในห้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ไอระเหยเข้าตาได้

 
แหล่งอ้างอิง :  รศ.ดร.พิมลพรรณ พิทยานุกุล (คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล).  "อโรม่าเทอร์ราพีบำบัดด้วยกลิ่น."  ฉลาดซื้อ 10 (เมษายน-พฤษภาคม 2547): 49.
Copyright by Pornsriri Natural Handmade Soap . All rights reserved. 2004-2007